“หมอตุ้น – อรรถสิทธิ์” คุณหมอเซเลบคนดัง และเป็นกุมารแพทย์ ออกโรงเตือน!! เด็กติดโอมิครอนเยอะจนเตียงไม่พอ ฝากถึงผปค.อย่าเพิ่งใช้ชีวิตปกติจนกว่าเด็กจะฉีดวัคซีนครบ

เป็นหมอรักษาเด็กๆ มานาน “คุณหมอตุ้น – น.พ.อรรถสิทธิ์ สรรพวัฒน์’ กุมารแพทย์ประจำโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ไม่เคยจะมีอาการเครียด แต่พอเจอโควิดรอบนี้กับเชื้อ โอมิครอน (Omicron) เจ้าตัวถึงกับเครียด เพราะผู้ป่วยเด็กเยอะขึ้นจนน่าตกใจ และที่สำคัญที่สุด เจ้าตัวต้องเสียน้ำตาหนักใจเนื่องจากเตียงรักษาเด็กไม่พอ จนต้องเลือกผู้ป่วยเด็กสำหรับแอดมิท ในโรงพยาบาลกันเลยทีเดียว งานนี้เจ้าตัวออกโรงเตือนผู้ใหญ่อย่าเพิ่งใช้ชีวิตปกติจนกว่าจะมีวัคซีนครอบคลุมเด็กเล็ก และทุกคนได้ฉีดวัคซีนกันหมด

เด็กคนที่เป็นโควิดรอบนี้ ส่วนใหญ่จะไข้สูงและชัก ก่อนหน้านี้ส่วนใหญ่ผู้ปกครองจะกลัวที่จะให้เด็กฉีดวัคซีน ส่วนการที่มีคนแชร์ข้อมูลเรื่องการฉีดวัคซีนเด็ก อาจจะเป็นข้อมูลจริงบ้างเท็จบ้าง ซึ่งคนที่แชร์หรือคนที่พูดอาจจะไม่ใช่คน ที่ดูแลเรื่องการฉีดวัคซีนหรือวัคซีนโดยตรง แต่ถ้าถามผมในฐานะเป็นหมอเด็ก ผมว่าวัคซีนmRNA ก็จะปลอดภัยสำหรับเด็ก และการป้องกันโควิดก็จะสูงมาก ถ้าเทียบกับวัคซีนตัวอื่นๆ โอกาสติดโควิดก็จะน้อยลง แต่ต้องบอกว่า ณ ข้อมูลปัจจุบันนะครับอนาคตไม่มีใครรู้แต่ ณ ปัจจุบันตัวนี้คือที่สุดแล้วสำหรับเด็ก

สำหรับข้อมูลที่บอกว่ามันจะมีผลกับเด็กในอนาคตในอีก 10 ปีข้างหน้า ผมว่าคนพูดก็ไม่รู้ อย่างตัวผมเองผมก็ไม่รู้ ถ้าถามเราต้องอิงกับข้อมูลปัจจุบัน ซึ่งก็คือวัคซีนmRNA นั่นแหละ ซึ่งวัคซีนเชื้อตายเกาะกัป้องกันตัวโควิดโอไมครอนไม่ได้ แล้วเราจะไปฉีดทำไม

อยากให้ฉีดวัคซีนกันให้เยอะที่สุดก่อนค่อยไปโรงเรียน?

การดูแลเด็กช่วงนี้ ถ้าถามผม มันก็พูดยากนะ ถ้าถามผมๆ อยากให้ฉีดวัคซีนในเด็กกันให้เยอะที่สุดก่อน ค่อยให้ไปโรงเรียน นั่นคือการป้องกันระดับหนึ่ง อีกอย่างที่อยากเตือน ผมยังไม่อยากให้พาเด็กๆ ไปในพื้นที่เสี่ยง เพราะจริงๆ เด็กจะป้องกันตัวเองไม่ได้เลย รวมทั้งผู้ปกครองหรือคนที่มีเด็กอยู่ที่บ้าน ก็ต้องดูแลตัวเองให้ดี เราอาจจะเป็นตัวรเอาเชื้อมาให้ลูกหลานก็ได้ ที่สำคัญที่สุดคือการไม่พาตัวเองไปในจุดที่เสี่ยง

สำหรับสถานการณ์ในอนาคต ผมว่าสุดท้ายแล้วเราก็ต้องปรับตัวใช้ชีวิตให้อยู่กับมันได้ ฉีดวัคซีนให้ครบ ซึ่งเชื้อโรคตัวนี้ก็จะปรับตัวไปเรื่อยๆ เช่นกัน สุดท้ายมันก็จะปรับตัวให้เป็นไข้หวัดประจำถิ่นให้เหมือนไข้หวัดใหญ่ การปรับตัวให้เป็นเชื้อประจำถิ่นก็ต้องเป็นการตายที่ลดลง ไม่ใช่ว่าพอปรับเป็นเชื้อประจำถิ่นแล้วกันตายพุ่งขึ้นอันนี้ผมว่าไม่ใช่

แจงประเด็นโพสต์โซเชียล หนักใจในการแอดมิทเด็ก?

ส่วนเรื่องที่ผมโพสต์ในโซเชียล ว่าหนักใจในเรื่องการรักษาเด็กนั้น อันนั้นเรื่องจริงคือปกติแล้วผมอยู่โรงพยาบาลระดับประเทศซึ่งไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องการแอดมิดเด็ก ไม่เคยมีปัญหาเรื่องเตียงไม่พอ พอเป็นโควิดโอมิครอนปุ๊บ มันทำให้ผมมีปัญหาในเรื่องเตียงไม่พอ ณ ตอนนี้ในทุกๆวัน จะมีเด็กที่มีปัญหาเรื่องโควิด มาครั้งหนึ่งสามถึงสี่เคสต่อวัน ซึ่งบางครั้งเตียงไม่พอผมเองต้องเลือกว่าจะให้ใครแอดมิด ซึ่งสำหรับผมที่เป็นหมอเด็กแล้ว มันเป็นการยากที่จะตัดสินใจมาก มันทำให้เครียดมาก

ตอนช่วงซีซั่นที่แล้วที่เป็นเดลต้า ตอนนั้นสำหรับเด็กเป็นน้อยมาก แต่พอเป็นโอมิครอนแล้ว กลับมีเคสเยอะมาก ช่วงนี้ในทุกๆวันมาที่ 3 -4 เคสต่อครั้ง แล้วอาการเด็กก็คือพอเป็นไข้ จะไข้สูงมาก แล้วเค้าก็จะชัก แล้วจะให้ผมเลือกใครให้แอดมิด ผมยังโชคดีที่ไม่ใช่เคสไอซียู ถ้าเป็นต้องเลือกเคสไอซียูแล้วผมอาจจะหนักใจกว่านี้ก็ได้

ชี้อาการเด็กเป็นโควิดโอมิครอน จะไข้สูง 3-5 วันแล้วลดลงแต่จะมีอาการซึมไม่ทานข้าว?

อาการเด็กป่วยโควิดส่วนใหญ่ ประมาณ 3-5 วันไข้ก็จะลงแล้ว แต่ปัญหาของเด็กเล็กคือ เวลามีไข้เค้าจะไข้สูงและชัก แล้วพอชักปุ๊บ พ่อแม่ผู้ปกครองก็จะไม่กล้าดูแลเองที่บ้านแล้ว ซึ่งสำหรับเด็กที่ป่วยโควิดรอบนี้ ใครสูง ซึม และจะกินไม่ได้ด้วย สำหรับครั้งก่อนที่เด็กเป็นตัวเดลต้า เด็กไข้สูงแต่จะไม่ซึม วิ่งเล่นได้ มันไม่เหมือนกันเลย

ฝากถึงผู้ปกครอบอย่าเพิ่งใช้ชีวิตปกติ จนกว่าเด็กจะได้ฉีดวัคซีนกันครบ แอบติง ละเลยไม่พูดถึงเด็ก?

สุดท้ายที่ผมในฐานะเป็นหมอเด็กอยากจะฝากก็คือ ณ ตอนนี้ ยังอยากให้ระวังตัวกันมากๆ อย่าพึ่งใช้ชีวิตปกติ เพราะคุณอาจจะเอาเชื้อมาติดเด็กก็ได้ ผมเห็นบางที่ไปเที่ยวผับเที่ยวบาร์กันแล้ว ซึ่งตรงนี้น่ากลัวกับเด็กมาก หลังจากนี้ถ้ามีวัคซีนที่ครอบคลุมถึงเด็ก ทุกช่วงวัยแล้ว คุณค่อยมากลับมาใช้ชีวิตปกติได้ไหม ผมไม่เห็นว่าตอนนี้จะมีใครพูดถึงคำว่า social distancing กันเลยครับ ผมว่าทุกคนไม่ค่อยพูดถึงเด็กกันเลย ไม่เห็นคนบอกเลยว่าผู้ป่วยเด็กยอดพุ่ง ไม่มีหรอก ในATK ตอนนี้จะพูดถึงเด็กมั้ยก็ไม่มี แต่ ณ ตอนนี้เด็กติดกันเยอะมาก ทุกคนละเลยเด็กหมดเลยครับ

Message us