เปิดปาก เปิดใจคู่รักสุด Perfect จากปาก“หมอบอย – น.พ.พุฒิพงศ์ ภูมิสุวรรณ” ถึงเคล็ดลับการครองคู่ ในสไตล์ หมอๆ

ถือเป็นคู่รักที่เรียกว่า เป็นคู่สร้างคู่สมจริงๆ สำหรับ “หมอบอย – น.พ.พุฒิพงศ์ ภูมิสุวรรณ” ซึ่งแต่งงานครองคู่กับ “หมอเอ๋ – พ.ญ.ช้องมาศ เลิศสิน” เรียกว่าคู่หมอ กับหมอ ทั้งเก่ง สวย หล่อ เหมาะสมกับอย่างกับกิ่งทองใบหยก ทั้งคู่ครองรักกันมาร่วม 20 ปี ในเดือนแห่งความรักนี้ Super hiend ต้องขอล้วงลึกความรู้สึกของฝ่ายชายอย่างหมอบอย ถึงชีวิตคู่ในครั้งนี้สักหน่อย ค่ะ

ช้างเท้าหน้า ยกให้ฝ่ายชาย แต่เรื่องในบ้านหมอบอยยกให้หมอเอ๋เป็นใหญ่?

เจอกันมาร่วม 20 ปีแล้ว ถ้าถามว่าใครเป็นช้างเท้าหน้าต้องเป็นผมอยู่แล้ว คืออย่างนี้ มันอาจจะแล้วแต่เรื่อง ถ้าเป็นเรื่องงานเรื่องธุรกิจโอเคอาจจะต้องเป็นผมอยู่แล้ว แล้วหมอเอ๋ก็จะเป็นคน Support  ยกตัวอย่างเช่น เวลาเราต้องโฟกัสกับงาน เราอาจจะต้องให้เค้าช่วยดูแลเรื่องเครื่องแต่งกายอาหารหรือว่าดูแลสิ่งรอบรอบตัวเรา แต่ถ้าเป็นเรื่องของในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นการทำกับข้าวการดูแลบ้านการเลือกของแต่งบ้าน ซึ่งเรื่องในบ้านเราต้องยอมรับว่าบางทีผมเองไม่มีเวลาดูแล อย่างเช่นเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายของผม งั้นก็ต้องให้คนที่มีเทสซึ่งผมบอกตรงตรงว่าหมอเอ๋ก็ทำได้ดีกว่าผม

ในเรื่องการแต่งกาย บางครั้งบางทีเราอาจจะมองว่าตัวเราแต่งกายดีแล้วหล่อแล้วเท่ห์แล้ว แต่คนอื่นมองมามันอาจจะไม่ใช่  บางทีเราก็ต้องให้หมอเอ๋เป็นเสมือนกระจก สมัยก่อนตอนที่ออกงานเยอะๆ ตอนที่ยังไม่มีโควิด ผมยอมรับเลยว่าแต่ก่อนคุณป๊อบ วราวุธมาช่วยดูให้ ซึ่งหมอเอ๋ก็จะเป็นคนช่วยดูหลักๆ และคุณป๊อบเป็นคนคอนเฟิร์ม ซึ่งคุณป๊อบเองก็จะบอกว่าหมอเอ๋ทำตรงนี้ได้ดี

ไขข้อข้องใจ ทำไม “หมอ” ต้องแต่งงานกับ “หมอ”?

คำถามที่บอกว่า ทำไมหมอต้องแต่งงานกับหมอ ผมว่าอาจจะเป็นเพราะว่าเราคุยภาษาเดียวกันก็ได้ คุยกันได้ทุกเรื่อง แต่ข้อเสียก็มีนะครับ ผมว่าหมอส่วนใหญ่จะอีโก้สูง เก่งกับเก่งจะไม่ฟังกัน แล้วต่างคนต่างจะทำงานโฟกัสในงานของตัวเอง กลายเป็นว่าบางทีเราอาจจะไม่มีเวลาให้กัน ข้อที่หนึ่งคือตีกัน ข้อที่สองคือไม่มีเวลาให้กัน ซึ่งอันเนี่ยไม่ดี เราควรจะแบ่งหน้าที่ของตัวเองให้ชัดเจนว่าใครทำหน้าที่หลักใครทำหน้าที่รอง  ไม่ใช่เราจะทำหน้าที่หลักด้วยกันทั้งคู่อันนั้นผมว่าไม่ถูกต้อง

อย่าง ผมเองซึ่งเป็นหมอทั้งคู่ หน้าที่ทางการแพทย์ต้องยอมรับว่าผมเก่งกว่าอันนี้ชัดเจนมาก อันนี้100 % ตรงนี้ส่วนใหญ่ หมอเอ๋ก็จะฟังผม อันนี้ก็จะไม่มีข้อโต้แย้ง แต่พอมาประเด็นเรื่องอื่น ตัวจากการแต่งกายหรือรสนิยมต่างๆ อันนี้ผมก็ต้องยอมรับว่าผมไม่เก่งจริงๆ ผมก็จะให้หมอเอ๋เป็นคนนำ

ส่วนประเด็นที่ว่าทำไมหมอต้องแต่งงานกับหมอ หรือหมอต้องแต่งงานกับพยาบาล ผมว่าอันนี้อาจจะเป็นด้วยความใกล้ชิด แต่บางทีการใกล้ชิดตรงนี้จะเอามาเป็นปัจจัย ในการใช้ชีวิต ในการทำให้เราอยู่ร่วมกันได้อย่างดีอาจจะเป็นไปไม่ได้ มันอาจต้องใช้ปัจจัยอื่นร่วมด้วย เช่นทัศนคติตรงกัน และรู้จักหน้าที่ของแต่ละคน ไม่ใช่แคปเฉพาะอาชีพหมอนะคับ ผมพูดถึงทุกอาชีพ เรามีแฟนทำงานด้วยกัน ถ้าต่างคนต่างทำงานโฟกัสในงานของตัวเอง ไม่มีใครช่วยดูในเรื่องภาพรวม มันอาจจะไปกันได้แต่อาจจะไปกันได้แบบไม่ดี  ผมก็เช่นกันก็เคยมีปัญหาแบบนี้เหมือนกันเราก็เลยมีการพูดคุยตกลงกันใหม่ สุดท้ายแล้วผมคิดว่าสถานการณ์พาไป ก็จะรู้เองว่าใครถูกและใครผิด เวลาจะเป็นตัวพิสูจน์เองว่าใครถูกและใครผิด

หมอบอยเผยในความเหมือน ก็มีสิ่งทีแตกต่าง?

ผมอายุมากกว่าหมอเอ๋ 4 ปี ผมกับหมอเอ๋ทำงานและอยู่ร่วมกันแทบจะ 24 ชั่วโมง แต่เราต้องรู้จักจังหวะเวลาของแต่ละคน ยกตัวอย่างนะ ยังผมดูทีวีกับหมอเอ๋ดูทีวี  เราจะดูกันคนละอย่าง  ผมชอบแบบนึงเค้าจะชอบอีกแบบนึง ผมกับหมอเอ๋ก็จะดูกันคนละครั้งไม่ได้ดูพร้อมกันเพราะเราชอบไม่เหมือนกัน

การที่เราสองคนทำร่วมกัน ส่วนใหญ่ก็จะมีการไปวัดด้วยกัน มีไปพักผ่อนซึ่งผมเองมีบ้านอยู่เขาใหญ่ ก็จะมีไปออกกำลังกายด้วยกัน ส่วนใหญ่ก็จะทำด้วยกันเกือบทุกอย่างเว้นการดูหนัง ซึ่งเราสองคนชอบกันคนละแบบ

เผยเคยทะเลาะกันรุนแรง แต่งอลกันมากสุดก็ไม่เกิน 1 วัน?

ถามว่าเราเคยทะเลาะกันแรงแรงไหมแบบไม่คุยกันมีไหมมีครับมีอยู่แล้ว ส่วนใหญ่ก็จะไม่เกินวันนึงเราก็จะมาคุยกัน สมัยก่อนอาจจะรู้แรงกว่านี้แต่ตอนนี้ไม่แล้วครับพอเราโตขึ้นทุกอย่างก็จะเบาลงเริ่มมีเหตุผลมากขึ้นใจเย็นขึ้น ตรงนี้ เป็นผลดีส่วนหนึ่งจากการสวดมนต์นั่งสมาธิและเข้าวัดมากขึ้น ว่าเราควรคุยกันด้วยเหตุด้วยผล ผมมักจะมีเหตุผลที่ถูกเสมอ (หัวเราะ) ถ้าถามว่าผมกับหมอเอ๋ใครใจเย็นกว่ากัน ผมว่าผมใจเย็นกว่านะครับ แต่สมัยก่อนผมต้องบอกเลยว่าผมเป็นคนโมโหร้ายมาก บางทีด่าพนักงานแบบกระเจิงทุกคน แต่พอได้เข้าวัดศึกษาธรรมะมันทำให้ทุกอย่างดีขึ้นและใจเย็นลงมาก ทำให้เรายับยั้งชั่งใจได้ดีขึ้น ผมเลยอาจจะควบคุมตัวเองได้ดีขึ้น แต่ในขณะที่หมอเอ๋อาจจะอารมณ์ขึ้นขึ้นลงลงด้วยความที่เค้าอาจจะเป็นผู้หญิงด้วย 

เจ้าตัวย้ำ!! ตนเองและหมอเอ๋ ไม่ประมาทในชีวิต มีการวางแผนเขียนพินัยกรรมไว้เลยทีเดียว?

ตัวผมกับหมอเอ๋จริงๆ มีการวางแผนไว้เหมือนกันเรื่องการใช้ชีวิต ผมเขียนพินัยกรรมเขียนทุกสิ่งทุกอย่างไว้หมอเอ๋เองก็เขียนไว้และเก็บไว้ในตู้เซฟ มีการวางไว้ว่าจะยกอะไรให้ใครบ้างจะทำยังไงบ้าง เรื่องเหล่านี้เราจะมีการอัพเดทไปเป็นช่วงๆ เพราะตรงนี้เราต้องยอมรับว่าเราเองก็ไม่รู้อนาคตว่าต่อไปจะเป็นยังไง ซึ่งช่วงก่อนผมมีการเดินทางต่างประเทศบ่อยๆ ก็มีไว้ในตู้เซฟเรียบร้อยถ้าเกิดอะไรขึ้นเราก็เปิดตู้เซฟมาผมและเขาก็ระบุไว้ในเอกสารเรียบร้อยแล้ว นี่ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ผมกับหมอเอ๋ไม่อยากมีลูก เพราะถ้ามีลูกเราก็จะเททุกอย่างไปที่ลูกหมด แต่ผมกับหมอเอ๋เอาทุกสิ่งทุกอย่างเอาเวลามาทุ่มเทให้กับเราทั้งสองคนมากกว่า ก็เป็นมุมมองส่วนตัวนะครับ

แนะการครองคู่ ผู้ชายอาจมีมองสาวอื่นบ้าง แต่สุดท้ายก็ตายรัง?

สำหรับคำแนะนำในการใช้ชีวิตคู่ในมุมมองของผู้ชายแบบผม เวลาเราอยู่กับใครเราก็ต้องรักคู่ของเรา แต่ด้วยนิสัยของผู้ชาย อาจจะมีความซุกซนนอกลู่นอกทางไปบ้างในแบบผู้ชาย ดังนั้นมีอะไรเราต้องคุยกัน หรือเข้าใจธรรมชาติของผู้ชาย ส่วนใหญ่ผู้ชายก็จะไม่ค่อยไปไหนหรอกครับเหมือนที่คำโบราณเค้าบอกว่าสุดท้ายก็กลับมาตายรัง ตรงนี้ยังใช้ได้ดีแต่อาจจะไม่ใช่ทุกคนก็ได้นะครับ

Message us