คุยกับ “ไก่ – อารีรัตน์” บนเส้นทาง super Brandกว่าจะมาเป็น ไก่ Bvlgari อย่างทุกวันนี้

ถือเป็นสาว working woman มากๆ สำหรับ “ไก่ – อารีรัตน์ กฤษณะสมิต” ที่ต้องบอกว่าเธอทำงานเก่งมาก และทำงานหนักมากมาตั้งแต่เรียนจบ และถือว่าเธอประสบความสำเร็จด้านการงาน ได้ทำแบรนด์ใหญ่ระดับประเทศ และระดับโลกมากมาย ปัจจุบันเธอเป็นถึง Thailand’s High Jewellery Manager ของแบรนด์ใหญ่ระดับโลกอย่าง Bvlgari เลยทีเดียว วันนี้คุณไก่มาแชร์ประสบการณ์บอกเล่าถึงบันไดการทำงานกว่าจะมีวันนี้

การที่พี่ได้ทำงานแต่บริษัทใหญ่ๆ น่าจะเป็นเพราะจังหวะและโอกาสที่เราได้ทำงานร่วมกับแบรนด์อินเตอร์ซึ่ง ต้องบอกว่าเป็นความตั้งใจตั้งแต่ตอนเรียนแล้ว ว่าเราอยากจะทำงานในแบรนด์อินเตอร์ พอมีโอกาสได้ทำงานจริงๆ พี่ก็เลือกแบรนด์ที่ตัวเองชอบ พอได้ทำจริงๆ เรารู้สึกว่าเรามีความสุข สนุก พอเรามีความสุข สนุกเราก็สามารถปล่อยพลัง พี่ภูมิใจมากๆ ที่ได้ร่วมงานกับแบรนด์อินเตอร์เหล่านี้ เพราะเราได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ การทำงาน ระบบต่างๆ ความคิดต่างๆ เอามาผสมจนเป็นเราทุกวันนี้

ก่อนทำบูการี ทราบว่าทำแบรนด์นาฬิกามาก่อน มีความต่างกันมั้ย?

ก่อนหน้าพี่ทำงานโรงแรมมาก่อน หลังจากนั้นก็มีทำแบรนด์พวกลักชัวร์รี่แบรนด์ความต่างก็ไม่ได้ต่างเท่าไหร่ แต่งานพวกนี้จะเน้นการบริการ สำหรับโรงแรมที่พี่ทำแล้วประทับใจ ต้องบอกว่าทุกที่เลย แต่ชอบแนว opening ทีม เป็นการเปิดเชอราตันแกรนด์ สุขุมวิท แล้วก็มีโรงแรมเพนนินซูล่า ริมน้ำ แล้วก็แชงกรีล่า พี่เรียนการโรงแรมมาก็เลยเลือกทำงานเกี่ยวกับโรงแรมก่อน ตรงนั้นที่ได้มากๆ เลยคือความอดทน เพราะงานบริการเราต้องเจอลูกค้า บางทีลูกค้าคอมเพลนมาเราต้องนั่งฟังเป็นครึ่งชั่วโมง

ทราบว่าหลังจากเรียนจบปริญญาโท มีคนชวนไปทำงานแบรนด์ลักชัวร์รี่เลย?

ใช่ค่ะ หลังจากเรียนปริญญาโทด้านมาร์เก็ตติ้ง พี่ชอบลักชั่วรี่ ชอบช้อปปิ้ง ชอบมาตั้งแต่เด็กละ หลังจากนั้นมีการเปลี่ยนแปลงด้านการงาน คือ พี่มีโอกาส เพราะมีคนชักชวนให้ไปลองทำ ซึ่งพี่ก็ตัดสินใจอยู่นานมากเพราะต้องการเก็บเกี่ยวประสบการณ์การทำงานโรงแรมให้มากที่สุด ตอนนั้นจำได้ว่าทำงานเช้ากลับเที่ยงคืนทุกวันและทำงาน 6 วันต่อสัปดาห์ พอย้ายมาทำก็เลยเลือกทำนาฬิกา ซึ่งตัวเองชอบและน่าจะถนัดมากที่สุด

ตอนนั้นยอมรับว่าทำงานเยอะมากค่ะ แต่เพราะคิดว่าเรายังเด็กอยู่ก็อยากจะเก็บเกี่ยวประสบการณ์ทุกอย่างให้มากที่สุดอยากเก็บความรู้ ได้หลักการวิธีการ เรียกว่าตอนนั้นบ้างานมาก แต่ ณ ตอนนี้ทำงานน้อยลง เพราะอาจจะอายุมากขึ้นด้วย แล้วสิ่งที่เราเรียนรู้มันเรียนรู้มาหมดละค่ะ ณ ตอนนี้เราต้องเดินทางสายกลางแล้ว สิ่งที่ทำให้ประสบความสำเร็จจนถึงทุกวันนี้ต้องบอกว่าเพราะ ความตั้งใจ จริงใจ อดทน และpositive

วิธีแก้ปัญหาในแบบของพีไก่?

การแก้ปัญหาของพี่ คือจะต้องมีเช่น เราต้องดูว่า ถ้าปัญหาเคยเกิดขึ้นแล้วเราอาจจะใช้ประสบการณ์เดิม อาจจะพัฒนาขึ้นทุกอย่างจะมีวิธีที่ทำให้ดีขึ้น หรือถ้ายังไม่เคยเกิดก็ลองดูปัญหาแล้วค่อยหาทางออก

แนะนำเด็กรุ่นใหม่ในการทำงาน  คือเด็กรุ่นใหม่มี เดี๋ยวนี้มันมีโอกาสเยอะ เด็กรุ่นใหม่มีโอกาสเยอะกว่าคนรุ่นเก่า ทำให้คนรุ่นใหม่ไม่ค่อยอดทน พี่อยากให้น้องๆ เรียนรู้ให้มากๆ เมื่อมีโอกาสเข้ามา พี่ถือว่าพวกเค้าโชคดีแล้ว ที่มีโอกาสมากกว่าคนรุ่นเก่า เพราะฉะนั้นคนรุ่นใหม่จะขึ้นเป็น manager เร็วมาก อยากให้เค้าเรียนรู้ให้มากที่สุดสิ่งดีๆ ยังมีอีกเยอะถ้าเค้า ขยันอดทน

Message us