“น.พ.พุฒิพงษ์ ภูมิสุวรรณ” วอน! ผู้เกี่ยวข้อง ยกระดับการแพทย์ไทยให้ได้มาตรฐาน หวั่นปล่อยนานจะพังเหมือนฟิลิปปินส์

เรียกว่าเป็นผู้คร่ำหวอดในแวดวงความงาม สำหรับ “หมอบอย หรือ น.พ.พุฒิพงษ์ ภูมิสุวรรณ” แห่ง AIC Clinic ที่นอกจากจะเป็นหมอความงามอันดับต้นๆ ของเมืองไทยแล้ว หมอบอยยังเป็นถึงอาจารย์หมอ เมื่อเห็นข่าวด้านลบของคลินิกและหมอเถื่อน super hiend เลยต้องขอสอบถามหมอบอยถึงกรณีนี้กันหน่อย

ข่าวคลินิกหมอเถื่อนจากประเทศจีนที่มี 15 สาขาทั่วโลก อันนี้ผมเห็นข่าวแล้วครับ ซึ่งผมคิดว่าบ้านเราต้องเอาจริงเอาจังกับเรื่องนี้สักที ไม่ใช่แค่เรื่องต่างชาติมาเปิดคลินิก แต่เรื่องคนที่ไม่ใช่หมอมาเปิดคลินิก ตรงนี้ก็ต้องดูแลมากขึ้นเหมือนกัน ซึ่งกรณีแรกก็จะเป็นลูกค้าที่ต่างชาติดึงเข้ามา กรณีที่สองผู้เสียหายหลักๆจะเป็นคนไทย แต่ทั้งสองกรณีมีผลกระทบในระยะยาว เพราะสุดท้ายเวลามีปัญหาขึ้นมาจะส่งผลกระทบต่อประเทศ ว่ามาตรฐานการรักษาของเมืองไทยใช้ไม่ได้ โดยที่อาจจะไม่ได้ดูรายละเอียดว่าปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ใช่มาจากหมอจริงนะ มันไม่ถูกต้องตามกฏหมายนะ แต่ต่างประเทศเค้าจะเหมารวม ว่าระบบการแพทย์ของบ้านเราไม่ได้มาตรฐาน และส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์การแพทย์ไทยในระยะยาว ซึ่งผมคิดว่าในกรณีแบบนี้มีอีกเยอะมาก ลูกค้าส่วนใหญ่ที่มาจากต่างประเทศจะไม่มีข้อมูลซึ่งเขาก็จะไม่รู้  การค้นหาข้อมูลของคลินิก หรือสถานพยาบาลที่ถูกต้องตามกฎหมายในระบบฐานข้อมูลของกระทรวงก็ไม่มีภาษาอังกฤษ ลูกค้ามาโดยใช้การพูดปากต่อปาก หรือใช้เอเจนซี่พามา และเอเจนซี่บางเจ้าก็ไม่มีคุณธรรม เอาเงินอย่างเดียว

การที่ตอนนี้คลินิกมีเยอะกว่าเซเว่น ต้องบอกว่าเรื่องจริง และหลายคลินิกก็ใช้กลยุทธ์การตลาดในการนำอินฟลูเอ็นเซอร์มารีวิว อันนี้ก็คือได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย ถ้าเราจะพูดตามตรง ฝ่ายที่มารีวิวได้ค่าจ้างด้วย ได้ทำหน้าฟรีด้วย ซึ่งผู้บริโภคก็ไม่รู้ว่าที่รีวิวนั้นจริงหรือไม่จริง ส่วนของคลินิกคือได้ประโยชน์จากโฆษณา ได้ลูกค้าที่หลงเชื่อเข้ามาซื้อบริการมากขึ้น ดังนั้นผู้บริโภคจึงจำเป็นต้องเจาะหาข้อมูลเชิงลึก ว่าสิ่งที่เค้ารีวิวจริงหรือไม่ ซึ่งปัจจุบันบอกเลยว่าจ้างมาทั้งนั้น คนไข้ควรศึกษาหาข้อมูล เข้าไปดูในเว็บ หรือดูจากเพจ ก็อาจยังไม่พอ ต้องดูประวัติหมอ ประวัติคลินิกจาก google search เพิ่มด้วย  คุณหมอคือใคร จบมากี่ปี จบอะไรมา คลินิกเปิดมานานหรือยัง คือคุณต้องไปดูรายละเอียดอย่างนั้นเลย บางทีขนาดเราศึกษาทางออนไลน์ขนาดนี้มันยังมีปลอมกันเกิดขึ้นถูกมั้ยครับ มีข้อแนะนำอีกอย่าง คือเราอาจจะเข้าไปคุยก่อน แต่คุยแล้วอย่าพึ่งทำ ไปคุยสองสามที่ก่อน แล้วค่อยตัดสินใจ แต่การเข้าไปคุย ควรคุยกับคุณหมอไม่ใช่คุยกับเซลล์ เพราะเซลล์ขายจนไม่รู้ว่าหมอในคลินิกฉีดได้ หรือไม่ได้ คือขายเอาเงินไว้ก่อน ขายมาแล้ว ถึงหน้างานก็บังคับให้หมอต้องทำตามอย่างเสียไม่ได้ หมอก็ทำไปตามน้ำ ตามมีตามเกิด ความโชคร้ายก็จะเกิดกับคนไข้

อีกเรื่องที่ต้องระวังคือ ถ้าเห็นราคาถูกกว่ามาตรฐานมากๆ ให้เอ๊ะใจไว้ก่อน ระวังไว้อาจเจอของไม่ดี เพราะไม่มีใครยอมขายราคาขาดทุนหรอกครับ  แล้วสำหรับข่าวที่เลเซอร์ในจุดที่วาบหวิวแล้วเปิดโชว์นั้น ผมอยากจะถามกลับไปว่า ในทางมาตรฐานของคนทั่วไป คุณไม่รู้เหรอว่าอะไรถูกหรือผิด อะไรควรหรือไม่ควร ตรงนี้เราต้องใช้คำว่าสามัญสำนึก โดยเฉพาะแพทย์ ควรยิ่งต้องมีสามัญสำนึกให้มากกว่าคนทั่วไป สุดท้ายผมคิดว่าเราควรมีบทลงโทษให้เป็นตัวอย่าง จริงๆแล้ว บทลงโทษก็มีนะครับ แต่ว่าไม่มีใครดำเนินการ คือถ้าไม่มีเจ้าทุกข์ก็จะไม่มีการดำเนินการ อย่างกรณีเลเซอร์ในจุดที่วาบหวิวโชว์ในโลกออนไลน์ มันชัดเจนในข้อหาอนาจาร และในเรื่องความผิดในทางคอมพิวเตอร์ ส่วนในฝั่งของคลินิก หรือสถานพยาบาล จะเป็นเรื่องของ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส) กระทรวงสาธารณสุข

การไปใช้บริการกับคลินิกที่เจ้าของเป็นหมอจะดีกว่าหน่อย เพราะเค้าจะต้องรับผิดชอบมากกว่า  ถ้าเจ้าของไม่ใช่เป็นหมอ  ก็ไม่ต้องรับผิดชอบทั้งหมด คนที่จะโดนและมีปัญหามากที่สุดก็คือหมอที่เอาใบอนุญาติแพทย์สภามาวางเพื่อดำเนินการสถานพยาบาลนั่นเอง

ช่วงหลังๆ เราจะเห็นว่ามีข่าวประเภทนี้ออกมาเยอะ เราต้องยอมรับว่า หมอลาออกจากระบบเยอะมาก เพราะระบบมันไม่เอื้อให้เค้าอยู่ในราชการ พอออกมาแล้วไม่รู้จะทำอะไร ก็มาลุยในตลาดความงาม ไม่ต้องเรียนต่อ แค่ไปอบรมวันเดียวก็มาเปิดคลีนิคกันแล้ว  ส่วนราชการบอกว่าหมอไม่พอ ก็ผลิตเข้าไป แล้วหมอก็รั่วออกมาอยู่ในตลาดความงาม สุดท้ายจะเป็นปัญหาสังคม ระบบสาธารณสุขเราจะเละ เหมือนประเทศฟิลิปปินส์ในสมัยก่อน ทุกคนติดภาพว่าฟิลิปปินส์มาตรฐานการแพทย์ต่ำ อีกไม่นานไทยจะเป็นแบบนี้ ถ้าเราไม่ดูแลให้ดี

Message us